“อูยพี่มันเสียวจังเลย พี่ดูซี่” เด็กสาวร้องบอกชณะที่ไอ้เริงมันกดเข้าไปเกือบมิด “จ๊ะ มันดีจังเลย พี่ชอบจังเลย” ไอ้เริงพูดตอบขณะที่ก้มหน้าลงมองดูภาพเบื้องล่างของมัน ไอ้เริงมันซบหน้าลงบนชอกคอเด็กแก้วสาวใช้ ซอนไซ้ไปตามลำคออันขาวอวบนั้น กลิ่นนํ้าหอมยังคุกรุ่นให้ปรากฏอยู่ ไอ้เริงละไซ้มาเรื่อยจนถึงปาก มันประกบริมฝีปากอย่างเบาๆ แผ่วๆ จนสาวใช้ต้องอ้าปากรับลิ้นของไอ้เริงไอ้สามล้อหนู่ม เอวไอ้เริงก็โยกกดเร็วขึ้นเป็นลำดับ นี้วเท้าเด็กแก้วสาวใช้ด้านที่ยืนกับพื้นเขย่งปลายนี้วเท้าจิกเกร็งที่พื้น มือข้างหนึ่งละออกจากเนินมาเปลี่ยนเป็นดึงรัดตะโพกของไอ้เริงให้กดเป็นจังหวะที่ต้องการ ไอ้เริงละการจูบเปลี่ยนมาเป็นชอนไซ้ที่ปทุมถันทั้งสองข้างสลับไปมา เพิ่มความกำหนัดให้เด็กแก้วสาวใช้เป็นอย่างมากทีเดียว “มันส์จังเลยพี่” เด็กสาวใช้ร้องบอกไอ้สามล้อหนู่ม “มันส์จ๊ะน้อง แต่พี่อยากจะเปลี่ยนท่าดูบ้าง เอาไหม?” “ก็ได้จ๊ะพี่” เด็กแก้วสาวใช้เอ่ยตอบอย่างเมามันส์ในอารมณ์ ไอ้เริงพลันดึงร่างออกมา แล้ว จับเด็กแก้วสาวใช้คุกเข่าหมอบคลานสี่ขา แล้วมันไปอยู่ตรงบั้นท้าย มันจ่อเจ้าปลาชะโดตรงร่างเด็กแก้วสาวใช้ไหวสะท้าน ไอ้เริงมันกระหยิ่มในใจที่ได้ปลดปล่อยสิ่งที่มันอัดอั้นมานาน มันซบกอดอยู่บนแผ่นหลังของสาวใช้ ซึ่งคราวนี้หมดแรงหมอบราบอยู่กับพื้นห้อง โดยมีไอ้เริงไอ้สามล้อถีบหนู่มทับอยู่บนแผ่นหลัง ด้วยขนาดที่ยาว 8 นี้วของมัน ทำให้เจ้าชะโดยังคาอยู่ในบ่อของสาวใช้ “พี่…ฉันมีความสุขจังเลย วันหลังมีโอกาส พี่มาเอากับฉันอีกนะ” เด็กสาวใช้ร้องบอกอย่างมีความสุข “ครับ คุณต้องการเมื่อไหร่ก็เรียกผมได้เลย ผมพร้อมยินดีรับใช้เสมอ” ไอ้เริงตอบรับ “ไปเถอะเข้าไปล้าง ไปอาบนํ้าในห้องนํ้ากัน” เด็กแก้วสาวใช้ผละร่างออกมา แล้วจูงไอ้เริงเข้าห้องนํ้า เด็กสาวหันมองดูที่พื้นห้อง คราบของไอ้เริงจับติดพื้นห้องอยู่หลายหยด และเปรอะ ไหลย้อยเต็มหว่างขาของหล่อน หล่อนพาไอ้เริงเข้าไปอาบนํ้าในห้องนํ้าของห้องคุณนายวิไลชั้นบน ซึ่งประกอบไปด้วยนํ้าอุ่นอย่างดี และสบู่หอมอย่างดีอีกต่างหาก จนไอ้เริงชื่นชอบ เพราะในชีวิตของมันไม่เคยได้อาบน้ำฟอกสบู่ราคาแพงอย่างนี้มาก่อนเลย หลังอาบนํ้ากันเสร็จ เด็กแก้วสาวใช้ก็พาไอ้เริงกลับลงมาชั้นล่าง เช็ดคราบของเหลวไอ้เริงเสร็จ ยังชงโอวัลตินร้อนๆ โดยใช้ถ้วยกาแฟกระเบื้องเคลือบ ราคาแพงของคุณนายวิไลอีกต่างหาก ก่อนที่จะช่วยไอ้เริงหอบหนังสือเก่าที่หลังบ้านไปใล่ที่รถสามล้อถีบสีแดงที่จอดอยู่หน้าบ้าน “พี่ชื่ออะไรล่ะ? จะไป..ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย ฉันซื่อบัวแก้วจ๊ะ เรียกแก้วเฉยๆก็ได้” “ผมชื่อ เริงครับ ชื่อเต็มๆตามบัตร.. นายสำเริงครับ” “จ๊ะพี่ ไปเถอะเดี๋ยวสาย ไม่ต้องหาสะตุ้งสตางค์หรอก” เด็กสาวใช้เอ่ยพร้อมทำท่าจะกลับเข้าบ้าน “อ้าว ยังไม่ได้ชั่งกิโลเลย ไม่รู้ว่ากี่โลกี่บาทกัน” ไอ้เริงร้องขณะที่เอื้อมมือไปหยิบตาชั่งจากท้ายรถสามล้อถีบสีแดง “ไม่ต้องหรอก วันนี้ฉันให้ฟรีๆ เลย วันหลังทำดีกว่านี้ ฉันจะแอบหามาให้อีกจ๊ะ” “ครับ ขอบคุณคุณแก้วมากครับ” เด็กแก้วสาวใช้ชื่นชอบต่อคำพูดของไอ้เริง ที่แสนจะสุภาพ ทุกคำมันจะเรียกเด็กแก้ว สาวใช้ว่า “คุณ” ทุกคำ ซึ่งในชีวิตเด็กสาวใช้มีแต่คนเรียก..อีแก้ว,..นังแก้ว,..อยู่ตลอดเวลา “จ๊ะพี่เริง แล้วค่อยเจอกันนะ” เด็กแก้วพูดจบก็ปิดประตูบ้าน แล้วคล้อยหลังกลับเข้าบ้าน พร้อมเสียงร้องดังไล่หลังมา “มีขวด-กระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ…เอามาขายครับ” เย็นวันนั้น เด็กบัวแก้วไปตลาดซื้อหมูสะเต๊ะมาเกือบสามสิบไม้ ซึ่งเป็นอาหารเย็น นอกเหนือรายการที่คุณนายวิไลได้สั่งไว้ให้ทำ จนคุณนายวิไลต้องร้องถามว่า “นังแก้ว เนี่ยเอาสตางค์ที่ไหนมาซื้อหมูสะเต๊ะเนี่ย?” “อ๋อ หนูขายกระดาษหนังสือ ในลังที่คุณนายสั่งเมื่อวานนี้ไงเจ้าค่ะ ได้มาเกือบสามสิบบาท เลยซื้ออาหารพิเศษมาทาน เจ้าเก่าในตลาดที่คุณนายชอบไงค่ะ เด็กแก้วตอบอย่างหน้าชื่นตาบาน เพราะเงินที่ซื้อนั้นก็คือเงินเดือนของหล่อนเอง “เออ ดี เราทำดีมากนะนังแก้ว” “เอ๊ะ แล้วคุณหนูพิมพ์ไปไหนเล่าค่ะ ไม่เห็นมาทานข้าว” เด็กสาวใช้ถามอย่างสงสัย “อ๋อ เพื่อนเขามารับเมื่อตะกี้นี้ ตอนที่เราออกไปตลาดนะ เขาว่าจะไปค้างบ้านเพื่อนที่ชายทะเลอะไรนั่นสองสามวัน” “อ้าว ไม่เห็นบอกแก้วเลย” “เขาจำเปีนต้องบอกหล่อนด้วยหรือจ๊ะ เวลาจะไปไหนมาไหน” คุณนายวิไลย้อนสาวใช้ เข้าให้ “เปล่าหรอกค่ะ แก้วจะได้เตรียมกระเป๋าเสี้อผ้าของใช้ที่จำเป็นให้ค่ะ” “เขาช่วยตัวเขาเองไปแล้ว เอ้าเก็บเถอะ” คุณนายวิไลเอ่ยสั่งขณะที่อิ่มพอดี หลังเด็กแก้วสาวใช้ทานอาหารเย็นเสร็จ และเก็บล้างถ้วยจานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งที่ห้องรับแขกเหมือนเช่นเคยทุกวัน เด็กแก้วเห็นคุณนายวิไลนอนเหยียดยาวบนโซฟาตัวยาว ทำให้หล่อนนึกถึงเวลากลางวันที่ได้ อึ๊บ กับไอ้หนู่มถีบสามล้อขาย ขวดบนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกันนี้ “เออ แล้วเนี่ยเวลาเราขายหนังสือหนังหาไปแล้ว เราดูหนังสือบ้างหรือเปล่า ที่หนูพิมพ์เขาสั่งน่ะ” “ดูค่ะ ก็เก็บไว้สองเล่มค่ะ แต่ไม่ใช่หนังสือหนูพิมพ์เจ้าค่ะ ของใครไม่รู้” เด็กแก้วสาวใช้ตอบคำถามนายจ้างสาวใหญ่ “หนังสืออะไร? ของใคร? ไหนไปเอามาดูซิ” คุณนายสาวใหญ่ร้องสั่งเด็กสาวใช้ “เจ้าค่ะ” เด็กบัวแก้วขยับผ้าถุงแล้วเดินเลี่ยงไปที่ห้องตัวเองที่หลังบ้านเพื่อเอาหนังสือมาคืนนายจ้าง “เนี่ยเจ้าค่ะ หนังสือที่หนูเก็บไว้ไม่ขายไป” เด็กแก้วเอาหนังสือรูปสีสามเล่มใหญ่ ที่มีรูปการร่วมเพศอย่างจะแจ้ง ส่งให้คุณนายเจ้าของบ้านดู “อ้าว แล้วเนี่ยมันหลงเข้าไปได้ยังไงกัน? ฉันก็ค้นหาตั้งนาน พาลไปโทษคุณนายศจีเขาว่ายืมไปแล้วไม่คืน” “มันซุกอยู่ใต้หนังสือพิมพ์ค่ะ” เด็กแก้วสาวใช้เริ่มรู้แล้วว่าคุณนายวิไลชอบหนังสือประเภทนี้ และเธอคงเหงาว้าเหว่และอยากเหมือนกัน เพราะตกพุ่มหม้ายมาเกือบสิบปี บางครั้งถ้าหนูพิมพ์ไม่อยู่ก็ต้องเอาเด็กหนู่มคนนั้นมาเย่อด้วย ซึ่งเด็กแก้วสาวใช้เคยแอบดูอยู่ประจำ “อ้าว แล้วคนขายขวด มันไม่เห็นเหรอ?” คุณนายวิไลถามสาวใช้ “เห็นค่ะ หนูไม่อายหรอกค่ะ บอกว่าของหนูเอง ชอบดูของฝรั่งมันใหญ่โตดีเจ้าค่ะ” เด็กสาวใช้ตอบอย่างฉะฉาน “เออดี ฉลาดเนี่ย แต่เราก็เคยมีผัวมาแล้วเนี่ย ไม่เห็นจะต้ององต้องอายอะไรกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาออกจะตายไป …เนี่ยดีนะ ที่เราไม่ขายไป เพราะราคาแพงและต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ และฉันก็เลือกเอาที่มันมีขนาดใหญ่ๆมาดู มันได้อารมณ์ดีออกจะตายไป” คุณนายวิไล พูดพลางเอาหนังสือมาเปิดดูรูปในเล่ม “เจ้าค่ะคุณนาย ไอ้พวกฝรั่งมันอันใหญ่ๆ แต่เขาว่ามันไม่แข็งเนี่ยเจ้าค่ะ เขาว่ามันอ่อนปวกเปียกเลย สู้คนไทยๆเราไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ทั้งใหญ่ทั้งแข็ง สู้ฝรั่งได้เจ้าค่ะ” เด็กสาวใช้เขยิบไปคุยกับนายจ้างสาวใหญ่ พลางเอามือบีบเคล้นต้นขาเป็นการเอาใจ “ของผัวเก่าเราใหญ่เหรอนังแก้ว? ถึงได้รู้มากมายนัก” คุณนายวิไลเอ่ยถามขณะพลิกตัวนอนหงายให้สาวใช้บีบนวดต้นขานอกชุดคลุมยาวอยู่กับบ้าน “ไม่ค่อยจะใหญ่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่คนหลังเนี่ยซี่ค่ะ อย่างกับม้าเลยละค่ะ ฝรั่งในรูปเนี่ยสู้ไม่ได้เลยค่ะ” “อะไรกัน? ไหนเราบอกฉันว่ามีผัวคนเดียวแล้วเลิกกันไปไง” คุณนายผงกหัวหันมาถาม “มีคนเดียวแหละเจ้าค่ะ พอเลิกกันก็มารู้จักกับคนนี้ ของเขามันใหญ่กว่าอีกเจ้าค่ะ กะราวๆก็ 8 นิ้วครึ่งคงจะได้แหละเจ้าค่ะ และความใหญ่ก็ขนาดมะเขือยาวลูกโตๆเนี่ยแหละเจ้าค่ะ” “ของแกมิพังแย่เหรอนังแก้ว มีหรือคนไทยใหญ่โตขนาดนี้?” คุณนายวิไลถามกึ่งไม่เชื่อแล้ว ผลิกดูรูปต่อไป “ไม่พังหรอกเจ้าค่ะคุณนาย ตอนแรกๆก็เจ็บนิดๆ แต่ต่อไปๆ มันมันส์เสียวดีเจ้าค่ะ มีจริงๆ นะเจ้าค่ะใหญ่ๆอย่างนี้” “ฉันไม่เชื่อหรอก อย่ามาโม้เลยนังแก้ว” คุณนายวิไลเอ่ยกับสาวใช้ “จริงๆ ค่ะ หนูพิสูจน์ได้เลย ถ้าคุณนายไม่เชื่อ และอนุญาต ให้หนูเอามาพิสูจน์ให้คุณนายดู …ก็พรุ่งนี้วันเสาร์นี่ค่ะ หนูจะ นำเขามาในบ้านถ้าคุณนายอนุญาต แล้วหนูจะพาเขาเข้าไปที่ห้องหนู เขาต้องมีอารมณ์แน่ถ้าหนูยั่วยวนเขานิดหนึ่ง แล้วหนูจะปั่นของเขาให้แข็ง แล้วคุณนายก็แอบดูตรงบานเกร็ดหน้าห้องหนูไงละค่ะ ทีเนี้ยคุณนายก็จะได้รู้ว่าหนูไม่ได้โกหกคุณนายเลยเจ้าค่ะ” เด็กแก้วเอ่ยขออนุญาตแบบยั่วยวนนายจ้างลาวใหญ่ “ก็ได้นังแก้ว แต่ถ้าไม่ใหญ่จริงละก็คอยดูนะ ฉันจะหักเงินเดือนแก ฐานพาผู้ชายพายเรือเช้ามาในบ้านฉัน” “เจ้าค่ะ แก้วยอมไม่รับเงินเดือนทั้งเดือนยังได้เลย” เด็กสาวใช้ตอบรับคำอย่างหนักแน่ “ตกลงนังแก้ว ฉันจะคอยดู” คุณนายวิไลคืนนั้นทั้งคืนนอนลูบเนินฐานตัวเอง พลางครุ่นคิดถึงวันพรุ่งนี้ที่จะได้แอบดูสาวใช้เย่อกับผัวใหม่ ที่มีฃนาดอันใหญ่โตตามที่เด็กสาวใช้เล่าสรรพคุณ อารมณ์เสียวกระสันต์มันทำให้คณนายวิไลอยากให้เช้าเสียไวๆจังเลย คิดพลางก็ลูบแยงตัวเองจนเสร็จและผล็อยหลับไปในที่สุด

Comments are closed.